News

News

News new ผลวิจัยชี้ เว้นระยะ 8 สัปดาห์ กระตุ้นภูมิวัคซีนจากไฟเซอร์ได้ดีขึ้น

ผลวิจัยชี้ เว้นระยะ 8 สัปดาห์ กระตุ้นภูมิวัคซีนจากไฟเซอร์ได้ดีขึ้น

ผลวิจัยล่าสุดโดยนักวิจัยชาวอังกฤษ พบว่า การเว้นระยะห่างในการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ของไฟเซอร์-ไบโอเอนเทคให้ห่างกันประมาณ 8 สัปดาห์ เป็นช่วงเวลาที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์เดลตาได้ดีที่สุด ซึ่งผลการวิจัยที่ออกมา ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของทางการอังกฤษ ที่จะได้กำหนดช่วงเวลา ในการเว้นระยะห่างการฉีดวัคซีน จากเดิมที่ทางไฟเซอร์แนะนำให้เว้นระยะเพียง 3 สัปดาห์ ขณะที่ทางการอังกฤษเองเคยกำหนดเว้นระยะการฉีดวัคซีนเข็ม 1 กับ เข็ม 2 ไปถึง 12 สัปดาห์ในช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา เนื่องจากวัคซีนยังมีไม่เพียงพอ

สำหรับการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ นักวิจัยได้เปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของ NHS จำนวน 503 คน ที่ได้รับวัคซีนเข็ม 1 และเข็ม 2 ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 จนถึงต้นปี 2021 ซึ่งในขณะนั้นเชื้อกลายพันธุ์อัลฟากำลังระบาดอย่างรวดเร็ว โดยมีการตรวจวัดระดับภูมิคุ้มกันราว 1 เดือน หลังจากได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว

สำหรับผลรายละเอียดของงานวิจัยชิ้นนี้ ชี้ว่า ไม่ว่าจะเว้นระยะเข็ม 1 เข็ม 2 ระยะสั้น หรือระยะยาว วัคซีนไฟเซอร์ก็สามารถสร้างภูมิในระดับสูงทั้งคู่ การเว้นระยะห่างเป็นเวลา 3 สัปดาห์ จะสร้างแอนติบอดีที่สามารถลบล้างฤทธิ์ของเชื้อได้น้อยกว่า การเว้นระยะฉีดวัคซีนห่างจากกัน 10 สัปดาห์ ขณะที่ระดับของแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันลดลงจากหารฉีดวัคซีนโดสแรก ระดับของทีเซลล์ ยังคงสูงอยู่ นอกจากนี้ ยิ่งเว้นระยะห่างเท่าไหร่ ก็จะลดระดับทีเซลล์ในภาพรวมลงเท่านั้น แต่จะยังคงมีทีเซลล์ ชนิดพิเศษในสัดส่วนที่สูงอยู่ ซึ่งทีเซลล์พิเศษนี้จะช่วยในการจดจำของภูมิคุ้มกัน

ด้านศาสตราจารย์ ซูซานนา ดูอานชี จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ระบุว่า การได้รับวัคซีน 2 โดสดีที่สุด แต่จะเว้นระยะเวลาเข็ม 1 และเข็ม 2 นานเท่าไร ก็สามารถยืดหยุ่นได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย โดยสถานการณ์ของอังกฤษในเวลานี้ 8 สัปดาห์ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาทองที่ดีที่สุด เพราะประชาชนต่างตื่นตัวที่จะไปรับวัคซีนเข็มที่ 2 ในขณะที่มีเชื้อเดลตาระบาดอยู่ในเวลานี้

ขณะที่ด็อกเตอร์ รีเบคคา เพนน์ หนึ่งในผู้ร่วมวิจัย จากมหาวิทยาลัยนิวคาสเทิล ระบุว่าการศึกษาที่พบ ทำให้มีหลักฐานที่ช่วยให้มั่นใจว่า การจัดเวลาในการฉีดวัคซีนเข็ม 1 และเข็ม 2 ก็มีความสำคัญต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการสู้กับเชื้อโควิด หลังฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีการติดตามผลการทดลองเพื่อสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้ต่อไป

นายนาดิม ซาฮาวี รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับการใช้วัคซีนป้องกันโควิด 19 ของอังกฤษ เปิดเผยว่า ผลวิจัยครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะกับอังกฤษ แต่หมายถึงกับคนทั้งโลก เพื่อช่วยให้พวกเราเข้าใจกลไกของระบบภูมิคุ้มกันทีต่อสู้กับโรคโควิด-19 และความสำคัญที่ต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดส ซึ่งอังกฤษกำลังเร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรกลุ่มผู้ใหญ่ทั้งหมด และเสนอลดระยะห่างระหว่างเข็ม 1 กับเข็ม 2 ให้เหลือเพียง 8 สัปดาห์จาก 12 สัปดาห์ เพื่อช่วยสร้างเกราะป้องกันเชื้อกลายพันธุ์เดลตา รวมทั้งกำลังพิจารณา เรื่องการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ในช่วงเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะยังสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ต่อไป โดยในขณะนี้ประเทศอังกฤษใช้วัคซีนร่วมกัน 3 ตัว ได้แก่ แอสตราเซเนกา ไฟเซอร์ รวมทั้งโมเดอร์นา.

TopBack to Top