News

News

News new มือใหม่หัดเล่นหุ้น ก่อนลงสนามจริงต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้น

มือใหม่หัดเล่นหุ้น ก่อนลงสนามจริงต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้น

มือใหม่หัดเล่นหุ้น ก่อนลงสนามจริงต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้น หลายคนมีความคิดอยากเล่นหุ้น แต่ในใจยังกล้า ๆ กลัว ๆ และไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน ต้องเปิดบัญชีอย่างไร ใช้เงินแค่ไหน แล้วซื้อ-ขายอย่างไรล่ะ ถ้ากำลังมึน ๆ กับเรื่องหุ้นอยู่ละก็ ขอให้ตามกระปุกดอทคอมมาเลย เพราะเราได้รวบรวมข้อมูลพื้นฐานสำหรับมือใหม่ที่อยากเล่นหุ้นด้วยตัวเองมาบอกให้รู้แล้วล่ะ

หุ้น คืออะไร รู้จักสักนิดก่อนคิดเล่น

หุ้น (Stock) ก็คือตราสารทุนที่บริษัทนั้นออกและเสนอขายให้ประชาชนทั่วไป เพื่อระดมทุนนำเงินที่ได้ไปลงทุนในกิจการของบริษัทนั้น ทั้งนี้ เมื่อเราลงทุนไปในหุ้นของบริษัทใด เราจะมีฐานะเป็น “เจ้าของกิจการ” ของบริษัทนั้น ถ้าบริษัทดำเนินไปได้ดี เราก็จะได้กำไร แต่ถ้าบริษัทมีปัญหา เราก็ประสบปัญหาขาดทุนได้ นี่ก็คือความเสี่ยงที่ได้จากการลงทุนในหุ้น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ แต่ก็เป็นทางเลือกที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงเช่นกัน

สำหรับการซื้อ-ขายหุ้น โดยทั่วไปจะต้องซื้อ-ขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ แบ่งเวลาซื้อ-ขายเป็น 2 ช่วงด้วยกันคือ

– ช่วงเช้า เปิดระหว่าง 09.55-10.00 น. ถึง 12.30 น.
– ช่วงบ่าย เปิดระหว่าง 14.25-14.30 น. ถึง 16.35-16.40 น.

เล่นหุ้น เริ่มต้นกี่บาท ต้องมีเงินเท่าไร

โดยปกติการซื้อ-ขายหุ้นจะมีขั้นต่ำที่ 100 หุ้น ต่อ 1 คำสั่ง แต่จะต้องใช้เงินเท่าไรจะขึ้นอยู่กับจำนวนหุ้นและราคาหุ้นตัวที่เราต้องการซื้อ เช่น หากต้องการซื้อหุ้น ABCD ซึ่งมีราคา 1.50 บาท การซื้อ 100 หุ้น จะใช้เงิน 150 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อหุ้น และค่าคอมมิชชั่นบวกภาษี VAT ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์อีกเล็กน้อย)

แต่กรณีไม่ต้องการซื้อ-ขาย 100 หุ้น อยากซื้อแค่ 1 หุ้น 10 หุ้น 55 หุ้น เป็นเศษหุ้น แบบนี้ต้องซื้อในคำสั่งย่อย หรือ Odd Lot ซึ่งก็จะใช้เงินตามจำนวนหุ้นที่ซื้อเช่นกัน

ดังนั้น ถ้าอยากเป็นเจ้าของหุ้นตัวไหน ก็ให้ดูราคาหุ้นตัวนั้น แล้วเตรียมเงินให้พร้อมตามจำนวนหุ้นที่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม การซื้อหุ้นต้องโอนเงินเข้าพอร์ตที่เปิดบัญชีไว้กับโบรกเกอร์ ซึ่งบางโบรกเกอร์อาจกำหนดขั้นต่ำของการโอนเงินเข้าพอร์ตไว้ด้วย ขึ้นอยู่กับแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังอาจมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการซื้อ-ขายหุ้นต่อวัน จึงแนะนำให้ตรวจสอบจากโบรกเกอร์ก่อน

ซื้อ-ขายหุ้นต้องเสียค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง ?

1. ค่าธรรมเนียมบริษัทหลักทรัพย์

– ขึ้นอยู่กับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) แต่ละแห่ง ที่จะคิดค่าธรรมเนียมไม่เท่ากัน บางแห่งกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ
– ขึ้นอยู่กับประเภทของบัญชีที่เปิดว่าเป็นบัญชีประเภทไหน โดยปกติการซื้อ-ขายผ่านบัญชีเงินสดจะมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าบัญชีแบบ Cash Balance
– ขึ้นอยู่กับช่องทางซื้อ-ขาย หากเลือกซื้อ-ขายเองผ่านอินเทอร์เน็ต จะมีค่าธรรมเนียมถูกกว่าการซื้อ-ขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด หรือ Marketing เรียกสั้น ๆ ว่า มาร์

2. ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET Trading Fee) เรียกเก็บอัตรา 0.005% ของมูลค่าการซื้อ-ขายต่อวัน

3. ค่าธรรมเนียมชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ฯ (Clearing Fee) ที่สำนักหักบัญชี เรียกเก็บอัตรา 0.001% ของมูลค่าการซื้อ-ขายต่อวัน

4. ค่าธรรมเนียมการกำกับดูแล (Regulatory Fee) ที่สำนักงาน ก.ล.ต. เรียกเก็บ ที่อัตรา 0.001%

5. ค่าธรรมเนียมธนาคาร ATS (Bank Fee) ที่ธนาคารเรียกเก็บ อัตรา 14 บาท กรณีเลือกตัดเงินจากบัญชีธนาคารโดยอัตโนมัติ

6. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% โดยคิดจากค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายหุ้นที่จ่ายให้กับโบรกเกอร์และจ่ายให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ เท่านั้น

TopBack to Top