News

News

News new อุณหภูมิระอุเล่นงานสหรัฐฯ หุบเขามรณะเฉียดใกล้สถิติโลกร้อนสุดเท่าที่เคยมีมา

อุณหภูมิระอุเล่นงานสหรัฐฯ หุบเขามรณะเฉียดใกล้สถิติโลกร้อนสุดเท่าที่เคยมีมา

คลื่นความร้อนเล่นงานทั่วภาคตะวันตกของสหรัฐฯ และอาจผลักอุณหภูมิพุ่งทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ เบื้องต้น บางเที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานลาสเวกัสถูกยกเลิกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องจากสภาพอากาศอันร้อนระอุ

“มันร้อนมาตลอดแหละ แต่มันไม่เคยร้อนแบบนี้มาก่อน” เคลย์ มอร์แกน นักอุตุนิยมวิทยาจากศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ประจำลาสเวกัสกล่าว พร้อมเรียกมันว่าเป็นสภาพอากาศร้อนผิดปกติและกำลังขยับเข้าใกล้สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เขาสันนิษฐานว่า อุณหภูมิในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อาจพุ่งสูงเทียบเท่ากับสถิติสูงสุดตลอดกาล 117 องศาฟาเรนไฮต์ (47.22 องศาเซลเซียส) ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นเพียง 4 ครั้ง และหนล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2017

อุณหภูมิเฉียดใกล้สถิติสูงสุดเพียง 1 องศาฟาเรนไฮต์ในวันศุกร์ (9 ก.ค.) หลังวัดอุณหภูมิได้ 116 องศาฟาเรนไฮต์ (46.66 องศาเซลเซียส) ได้ที่สนามบินนานาชาติแม็คคาร์เรน ส่งผลให้เที่ยวบินดีเลย์และยกเลิกบางส่วน สืบเนื่องจากสภาพอากาศอันร้อนจัด

สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) ถึงขั้นต้องบังคับใช้มาตรการบริหารการสัญจรทางอากาศสืบเนื่องสภาพอากาศร้อนและลมแรง จากการเปิดเผยของหน่วยงานแห่งนี้และสนามบิน

สายการบินเซาต์เวสต์ แอร์ไลน์ส แจ้งกับพวกผู้โดยสารผ่านทวิตเตอร์ว่า ยกเลิกเที่ยวบินขาออกจากลาสเวกัสจำนวนหนึ่ง อ้างถึงอากาศอันร้อนระอุ อย่างไรก็ตาม ทางสายการบินยังไม่ได้ตอบคำถามของสื่อมวลชนว่าจนถึงช่วงคืน มีเที่ยวบินได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน

เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนสภาพอากาศร้อนจัดครอบคลุมพื้นที่อันกว้างขวางทางภาคตะวันตกของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ (9 ก.ค.) ไล่ตั้งแต่แคลิฟอร์เนีย ออริกอน ไปจนถึงหลายพื้นที่ของยูทาห์และแอริโซนา
สนามบินในแกรนด์จังค์ชัน รัฐโคโลราโด พบเห็นอุณหภูมิพุ่งแตะระดับ 107 องศาฟาเรนไฮต์ (41.66 องศาเซลเซียส) สูงสุดเป็นประวติการณ์ของสนามบินแห่งนี้ ทุบสถิติเดิม 106 องศาฟาเรนไฮต์ (41.11 องศาเซลเซียส) ที่เคยเกิดขึ้นในปี 2005

อากาศอันร้อนจัดล่าสุด มีขึ้นหลังจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า เมื่อเดือนที่แล้วกลายเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

สภาพอากาศร้อนจัดทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิก โดยจนถึงวันศุกร์ (9 ก.ค.) พบผู้เสียชีวิตแล้ว 83 รายในรัฐออริกอน และอีก 32 รายอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหรือไม่

ที่แคลิฟอร์เนีย เจ้าหน้าที่เรียกร้องให้ประชาชนสำรองไฟฟ้าและเปิดศูนย์ความเย็นหลายแห่งทั่วรัฐให้ผู้คนได้เข้ามาหลบร้อน โดยอุณหภูมิในเมืองซาคราเมนโต แตะระดับ 100 องศาฟาเรนไฮต์ (37.7 องศาเซลเซียส) ในช่วงเที่ยงวันศุกร์ (9 ก.ค.) และทางหน่วยฉุกเฉินของซาคราเมนโต เตือนอาจเผชิญอากาศร้อนระอุเป็นอันตรายในช่วงสุดสัปดาห์

ในแถบหุบเขามรณะ (Death Valley) บริเวณเขตแดนระหว่างรัฐแคลิฟอร์เนียกับรัฐเนวาดา วัดอุณหภูมิได้ถึง 130 องศาฟาเรนไฮต์ (54.4 องศาเซลเซียส) แต่มันถูกมองว่าเป็นเพียงตัวเลขในเบื้องต้น ยังไม่ผ่านการตรวจสอบและรับรองอย่างเป็นทางการ จากการเปิดเผยของศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติสหรัฐฯ

ปัจจุบัน หุบเขามรณะยังครองสถิติอย่างเป็นทางการในฐานะดินแดนที่ร้อนที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยเคยวัดอุณหภูมิได้สูงถึง 134 องศาฟาเรนไฮต์ (ราว 56.66 องศาเซลเซียส) ในวันที่ 10 กรกฎาคม 1913

ความจริงแล้วสถิติอากาศร้อนระอุที่สุดตลอดกาลของโลกน่าจะเกิดขึ้นในลิเบีย วันที่ 13 กันยายน 1922 ด้วยอุณหภูมิ 136 องศาฟาเรนไฮต์ (57.77 องศาเซลเซียส) แต่จากนั้นองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้ทำการสืบสวนและตัดสินให้สถิติดังกล่าวเป็นโมฆะในปี 2012 ด้วยคณะกรรมการสรุปว่ามันเกิดจากความผิดพลาดในการบันทึกอุณหภูมิ

TopBack to Top